ลุงนิล คนของความสุข |
||
|
ในห้วงเวลาที่สังคมโลก กำลังถูกกำกับด้วยกระแสทุนนิยม ที่ส่งเสริมให้ผู้คนบริโภคอย่างล้างผลาญ จนลืม เผื่อแผ่ไปถึงคนรุ่นหลัง ในยุคสมัย ที่ผู้คนกล้าที่จะนำพระเจ้าและศาสดามาเป็นเครื่องหมายทางการค้า เพื่อแสวงหาความมั่งคั่ง โดยปล่อยให้จิตวิญญาณข้างในผุกร่อน แนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ก็ไม่ต่างจากพระพิรุณที่พร่างพรม ลงมาให้ความชุ่มชื้น เย็นฉ่ำกับหัวใจของผู้คน ที่กำลังแห้งแล้งเหมือนผืนดินที่กำลังแตกระแหง เป็นเหมือนเข็มทิศชี้ทางออก และทางเลือกใหม่ ให้กับผู้คนที่กำลังดุ่มเดินอย่างเร่งร้อนไปตามกระแสของวัตถุนิยมที่ถาโถมอย่างบ้าคลั่ง ลุงนิล สมบูรณ์ ศรีสุบัติ ปราชญ์เกษตรแห่งบ้านทอนอม อ.ทุ่งตะโก จ.ชุมพร คือ เกษตรกรผู้เคยล้มเหลว จากการผลิตพืชเชิงเดี่ยว จนเกือบจะฆ่าตัวตายเพราะความเครียดจากการเป็นหนี้สินจากการทำการเกษตร แต่ เปลี่ยนชีวิต เพราะได้ฟังพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และหันมาดำเนินชีวิตโดยเดินไปบนหนทาง ของการทำเกษตรตามแนวทฤษฎีใหม่ ด้วยการลงมือ ทำ ความพอเพียงให้ออกมาเป็นรูปธรรม ในวัยเด็ก ลุงนิล เคยตั้งปณิธานไว้ว่า ชีวิตนี้จะต้อง รวย จะไม่ยอมจนเด็ดขาด เมื่อชีวิตตั้งต้นด้วยความอยากรวยและอยากได้เงินมาก ๆ ลุงนิลจึงมักลงมือทำกิจการทุกอย่างด้วยความ มาก เกินพอดี ไม่มีคำว่าค่อยๆ ทดลองทำไปก่อน เพื่อเรียนรู้ก่อนทำจริง เกือบยี่สิบปีก่อน ในยุคที่ทุเรียนหมอนทองราคาแพงมาก ความอยากได้เงิน ทำให้ลุงนิลขายแผงอาหาร 9 แผง ที่หัวหินอย่างไม่คิดหน้าคิดหลัง เพื่อเอาเงินเกือบ 2 ล้านบาท มาลงทุนปลูกทุเรียนหมอนทอง 700 ต้นในพื้นที่ เกือบ 20 ไร่ ที่บ้านเกิดในจังหวัดชุมพร โดยไม่ได้ตระหนักว่าตัวเองไม่มีความถนัด และไม่มีความรู้ความชำนาญด้านนี้ เมื่อตั้งต้นด้วย เงิน และเป้าหมาย คือ ผลกำไรสูงสุดที่จะได้จากสวน ลุงนิลจึงทุ่มทุกอย่างลงไปเพื่อหวังผลกำไรที่จะได้จากผลผลิต สวนเกษตรที่ปลูกพืชเชิงเดี่ยวของลุงนิล ไม่อนุญาติให้หญ้า แม้แต่เส้นเดียวงอกเงยขึ้นมาในสวน ปุ๋ย สารเคมี ใครบอกว่าอะไรดี เราก็ซื้อมาใส่ ตอนนั้นไม่ได้คิดว่าจะต้องเสียค่าต้นทุนไปเท่าไหร่ คิดแต่ว่าเราต้องทำให้ต้นไม้งาม เพื่อจะได้กำไร เร่งปุ๋ย เร่งยา โดยไม่รู้ว่านั่นคือรูโหว่ที่ใหญ่ที่สุดที่ทำให้เงินในกระเป๋าเราออกไป ไม่นานต่อมา เงินเก็บทั้งหมดก็ถูกฝังไปกับต้นทุเรียน ลุงนิลเริ่มกู้หนี้ยืมสิน ทั้งหนี้นอกระบบและหนี้ ธ.ก.ส. เพราะต้องการสารเคมีมารักษาทุเรียนที่กำลังจะตาย เพราะการให้บริษัทแห่งหนึ่งเข้ามาทำทุเรียนทวาย เพราะต้องการเงินในการสร้างระบบน้ำในสวน หนี้สินล้นพ้นตัวที่เกิดขึ้น ในขณะที่ต้นทุเรียนก็กำลังจะตาย ทำให้ ลุงนิลคิดสั้น ถึงขั้นเอาปืนมาจ่อหัวตัวเอง และคิดจะฆ่าตัวตายเพื่อหาทางดับทุกข์ ขณะที่กำลังหมดอาลัยตายอยากกับชีวิต วันที่ 4 ธันวาคม ปี พ.ศ. 2540 ลุงนิลได้ฟังพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ ผ่านทางสถานีโทรทัศน์ มีใจความว่า คนเราส่วนมากรู้จักแต่คนอื่นไม่รู้จักตัวเอง การรู้จักตัวเอง คือ เราต้องทบทวนตัวเองว่าเราเก่งอะไร ทำอะไรได้ เมื่อตั้งใจฟังพระราชดำรัส ที่ทรงพระราชทานแก่คณะบุคคลต่างๆ ที่เข้าเฝ้าถวายชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ที่ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดาฯ ในวันนั้นจนจบ ลุงนิลพบว่าตัวเองกำลังร้องให้น้ำตาไหลอาบแก้ม เพราะเมื่อหวนกลับมามองตัวเอง ตามพระราชดำรัสแล้วก็พบว่า ความผิดพลาดที่ผ่านมานั้น เกิดจากความไม่รู้จักตัวเอง ตัวเองไม่ได้เก่งเรื่องทุเรียน ไม่ได้ศึกษาเรียนรู้ แต่กลับทำอย่างใหญ่โต เพราะความโลภ ต่อไปนี้ลูกจะเดินตามรอยพ่อ ลุงนิลยกมือไหม้ท่วมหัว และตั้งปณิธานว่าจะเริ่มเปลี่ยนทิศทางใหม่ในการดำเนินชีวิต พระราชดำรัสในวันนั้น ทำให้ลุงนิลมีกำลังใจลุกขึ้นสู้อีกครั้ง และเริ่มมาทำการศึกษาอย่างจริงจังถึงการทำการเกษตรแบบผสมผสานและทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง หวนกลับไปศึกษาวิถีชีวิตและภูมิปัญญา เก่า ของปู่ย่าตายาย ที่ลุงนิลเคยดูถูกและปฏิเสธมาตลอด ลุงนิลเปลี่ยนสวนจากพืชเชิงเดี่ยวมาเป็นเกษตรผสมผสาน และปลูกพืชเลียนแบบธรรมชาติ ถึง 9 ระดับ ตั้งแต่ในน้ำ ใต้ดิน จนถึงบนอากาศ ใช้พื้นดินทุกตารางนิ้วให้เกิดประโยชน์สูงสุด สวนของลุงนิลเลิกใช้ สารเคมีทุกชนิด หันมาใช้จุลินทรีย์ และปุ๋ยหมัก สวนที่เคยโล่งเตียนดินแข็งเป็นกระดานนั้น กลับมามีชีวิต ปลูกพืชจนสวนแน่นขนัดไปด้วยต้นไม้ ที่สร้างรายได้ต่อวัน ต่อสัปดาห์ ต่อเดือน ต่อปี ตามแนวพระราชดำริ ไม่เพียงแค่เปลี่ยนวิธีการทำการเกษตร แต่เศรษฐกิจพอเพียงได้ทำให้ชีวิตทั้งชีวิต ของลุงนิลเปลี่ยนไป ลุงนิลปลดหนี้ได้ทั้งหมด มีเงินเก็บ ร่ำรวยมิตรภาพ สิ่งสำคัญที่สุด คือ ชีวิตได้หวนคืนกลับมามีความสุขอีกครั้ง ลุงนิลซึ่งเคยอยู่แต่ในสวน มุ่งมั่นแต่จะทำเงินจากผลผลิต เปลี่ยนเป็นลุงนิลที่ รู้จักการให้และแบ่งปัน และลุงนิลได้พบว่า ความสุขจากการให้นั้น เป็นสุดยอดแห่งความสุข เมื่อเปลี่ยนแนวคิดมาสู่ความพอเพียง ทุกวันนี้ลุงนิล พิสูจน์ความสุขของตัวเอง ได้จาก รอยยิ้ม ที่เกิดขึ้นได้ทุกเวลา ทุกสถานการณ์ ปัจจุบันนี้ สวนของลุงนิลได้รับการจัดตั้งเป็นศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงชุมชน เปิดให้คนในชุมชน และภายนอกเข้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อพาตัวเองให้หลุดพ้นออกไปจากความมืดมน คิดดูว่า ทุกวันนี้คน ป.4 อย่างผม ได้เข้าร่วมโครงการของในหลวง ซึ่งผมไม่เคยคิดเลย ว่าจะเป็นไปได้ แต่ก่อนผมเคยคิดว่า ถ้าจะทำเพื่อในหลวง เราต้องไปถวายเงินท่าน แต่วันนี้ผมรู้แล้วว่า แค่เราทำให้ตัวเองได้กินอาหารที่ปลอดภัย ทำให้คนอื่นกินอาหารที่ปลอดภัย ไม่เป็นหนี้เป็นสิน ไม่เบียดเบียนผู้อื่น และพึ่งพาตัวเองได้ นั่นเป็นของขวัญที่มีค่าที่สุดที่เราจะมอบให้แก่ในหลวงของเราแล้ว ลุงนิลว่า หนึ่งต้นแบบความสำเร็จ มีค่ามากกว่าคำหมื่นคำ ลุงนิล คนของความสุข ในแผ่นดินไท จะบอกเล่าถึงทางออก สำหรับชะตากรรมของเกษตรกรเชิงเดี่ยว ที่กำลังเดินมาถึงทางตัน หาคำตอบของความสุขที่แท้จริงได้ ในรายการแผ่นดินไท เวลา 20.20 น. พุธที่ 4 มิถุนายน นี้ ทาง ทีวีไทย ทีวีสาธารณะ | |