แหลมผักเบี้ย ต้นแบบแห่งการเยียวยา ป่า น้ำ ดิน
แม่น้ำเพชรบุรี ซึ่งมีความยาวกว่า 210 กิโลเมตร มีต้นน้ำอยู่ทางด้านทิศตะวันตก ที่ทิวเขาตะนาวศรี และไหลลงสู่อ่าวไทยทางทิศเหนือที่อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี ถือเป็นแม่น้ำสายหลักที่สำคัญยิ่งของภาคตะวันตก เพราะเปรียบเหมือนเส้นเลือดที่หล่อเลี้ยงชีวิตคนเมืองเพชรทั้งจังหวัด แม่น้ำเพชรบุรียังเป็นแม่น้ำที่มีต้นน้ำและปลายน้ำอยู่ในจังหวัดเดียวกัน จึงเป็นแม่น้ำที่เชื่อว่ามีความสะอาด บริสุทธิ์ ในอดีตพระพุทธเจ้าหลวงทรงโปรดเกล้าให้ใช้เป็นน้ำเสวยและใช้เป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ในการประกอบพิธีกรรมต่างๆ เช่น พิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยา นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2465 การเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากรทำให้มนต์ขลังของแม่น้ำเพชรเริ่มเสื่อมคลายลงจากปัญหามลพิษที่เกิดจากสารเคมีทางการเกษตร และกิจกรรมของมนุษย์ การปล่อยน้ำเสียและสิ่งปฏิกูลลงในแม่น้ำเพชรกว่าวันละ 4,500 ลบ.ซม. ปริมาณขยะที่มีมากกว่าวันละ 40 ตัน และการใช้พื้นที่ส่วนใหญ่ทำนากุ้ง ทำให้เกิดสารพิษปนเปื้อนทั้งในผืนดินและแม่น้ำส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อคุณภาพชีวิตของคนทั้ง 2 ชายฝั่งแม่น้ำเพชรบุรี ด้วยสายพระเนตรอันยาวไกลขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงมีพระราชดำริว่า หากปล่อยไว้เช่นนี้ แม่น้ำศักดิ์สิทธิ์อาจตกอยู่สภาวะวิกฤต และจะเกิดหายนะแก่ชีวิตของชาวเมืองเพชร รวมทั้งส่งผลเสียต่อระบบนิเวศต่อทรัพยากรชายฝั่งในปี 2533 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงได้ทรงพระราชทานพระราชดำริให้ สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานอันเนื่องมาจากพระราชดำริและกรมชลประทาน ร่วมกันศึกษาหาวิธีแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับ ขยะมูลฝอย น้ำเสีย และการรักษาสภาพป่าชายเลน ตามหลักธรรมชาติบำบัด โครงการวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ยอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ของมูลนิธิ ชัยพัฒนา จึงได้ถือกำเนิดขึ้นนับแต่บัดนั้นเป็นต้นมา แม้จะผ่านวัยเกษียรอายุราชการมากว่า 12 ปีแล้ว แต่ ศ.ดร.เกษม จันทร์แก้ว ยังดำรงตำแหน่ง คณะบดีวิทยาลัยสิ่งแวดล้อม ม.เกษตรศาสตร์ วิทยาลัยเขตบางเขน ผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อม มูลนิธิชัยพัฒนา และผู้อำนวยการโครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ย อันเนื่องมาจากพระราชดำริ นอกจากนี้อาจารย์ยังเป็นผู้ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการน้ำเสียให้เป็นน้ำดีแก่สาธารณชน โดยใช้ระบบธรรมชาติบำบัดที่อาจารย์เป็นผู้คิดค้นขึ้นเพื่อสนองพระราชดำริขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยใช้โครงการวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ยอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งตั้งอยู่ที่ อ.แหลมผักเบี้ย จ.เพชรบุรี ซึ่งมีพื้นที่กว่า 1 พันไร่สามารถบำบัดน้ำเสียได้ 3 ใน 5 ของเขตเทศบาลเมืองเพชรบุรีซึ่งมีประชากรประมาณ 4 หมื่นคน โดยน้ำเสียจะถูกส่งมาตามท่อความยาวกว่า 18 กิโลเมตรจากจังหวัดเพชรบุรี เพื่อเข้าสู่ระบบบำบัดที่ไม่ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีขั้นสูงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2547 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จมายังโครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ย และทรงบรรยายพระราชทานความรู้เรื่องการบำบัดน้ำเสียด้วยวิธีธรรมชาติ แก่นักเรียนโรงเรียนไกลกังวลเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้นี้ผ่านโทรทัศน์เพื่อการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมสู่คนไทยทั้งประเทศ